|
|
![]() |
|
ทรงศึกษาภาษาอังกฤษกับ ดร.คาสเวลล์ (Caswell) หมอบลัดเล (Bradley) และหมอเฮาส์
(House)
นอกจากภาษาอังกฤษแล้วยังทรงศึกษาภาษาลาตินกับสังฆราชบัลลกัวร์ (pallegoix)
และทรงศึกษาภาษาฝรั่งเศษ
บาลี สันสกฤต และภาษามอญ ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งประเทศตะวันออกพระองค์แรกที่ทรงรู้ภาษาอังกฤษ
และ
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงมีพระราชหัตถเลขาไปยังนานาประเทศด้วยลายพระหัตถ์เป็นภาษาอังกฤษ
จึงได้
รับการยกย่องว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศ ทรงใช้ภาษาอังกฤษศึกษาคณิศาสตร์
ดาราศาสตร์และวิทยาการแขนงอื่น ๆ อีกทั้งส่งเสริมให้พระราชโอรส พระราชธิดา
เจ้านายฝ่ายหน้าและฝ่ายในเรียน
ภาษาอังกฤษด้วย
|
ด้านการเมืองการปกครอง
โปรดเกล้าฯให้ยกเลิกประเพณีบังคับราษฎรให้ |
![]() |
|
ด้านการศาสนา ขณะทรงผนวชอยู่ทรงตั้งลัทธิสมณวงศ์ใหม่เรียกว่า |
![]() |
สำหรับถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนา
เช่น วัดวาอาราม ทรงบูรณะให้สมบูรณ์มากกว่าที่จะทรงสร้างใหม่
นอกจากจะทรงสร้างบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและปูชนียสถานแล้ว ทรงสร้างและจำลองพระพุทธรูปและส่งสมณฑูตไป
ลังกาเพื่อรวบรวมหลักฐานทางพระพุทธศาสนามาซ่อมพระไตรปิฎกที่ขาดไปให้ครบบริบูรณ์
ทรงบริจาคพระราช
ทรัพย์สร้างพระไตรปิฎกฉบับล่องขาดและปิดทองขึ้น อีกทั้งทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ทรงนำ
พระพุทธศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องในการพระราชพิธีต่าง ๆ ซึ่งแต่เดิมใช้แต่พิธีทางพราหมณ์
เช่น พระราชพิธี
บรมราชภิเษก พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระองค์ทรงพระราชทานความสนับสนุนแก่ศาสนาอื่น
ๆ ใน
พระราชอาณาจักร เช่น ทรงพระราชทานเสรีภาพในการนับถือศาสนาหรือลัทธินิกายตามความสมัครใจซึ่งไม่ผิดต่อ
กฎหมายบ้านเมือง นอกจากนั้นยังทรงพระราชทานเงิน ที่ดินและวัตถุในการก่อสร้างสุเหร่าในศาสนาอิสลามและโบสถ์
ในศาสนาคริสต์
เรื่องเงินตราสยาม
- เหรียญแบนและธนบัตร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็น
พระมหากษัตริยไทยพระองค์แรกที่โปรดให้ปฏิรูปเงินตราไทย ทรงริเริ่มสร้างเงินแบนหรือเงินแปขึ้นใช้แลกแทนเงิน
กลมหรือเงินพดด้วง โปรดเกล้าฯให้สร้างโรงงานผลิตเงินเหรียญแบบสากลนิยมโดยใช้เครื่งจักรทำงานแทนแรง
คนและพระราชทานนามโรงงานผลิตเงินเหรียญว่า"โรงกษาปน์สิทธิการ" นอกจากเงินตราสยามที่สร้างเป็นเงินเหรียญ
แล้วยังโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์เงินกระดาษหรือธนบัตรซึ่งเรียกว่า "หมาย" ขึ้น
ด้านการแพทย์ สาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อม พระองค์ทรงยอมรับความเจริญทางการแพทย์
โปรดให้
ใช้วิธีการรักษาพยาบาลและใช้ยาทั้งแบบไทยและแบบตะวันตก ในด้านการสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อม
พระองค์
ทรงเห็นความจำเป็นและประโยชน์ของการรักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัย และถนนหนทาง
ไม่โปรดเรื่องการทิ้ง
สิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำลำคลอง นอกจากพระองค์ทรงกวดขันเรื่องความสะอาดของบ้านเรือนแล้ว
ยังทรงประกาศให้
ราษฎรของพระองค์ระมัดระวังเรื่องไฟไหม้บ้าน
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงวางรากฐานการคมนาคมและการสื่อสารสมัยใหม่ พระองค์
ทรงทราบดีว่า การคมนาคมเป็นสิ่งจำเป็นต่อความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองและอำนวยความสะดวกในการเดิน
ทางสัญจรและติดต่อค้าขายการคมนาคมทางบก โปรดเกล้าฯ ให้สร้างถนนแบบชาติตะวันตก
ได้แก่ ถนนเจริญกรุง
บำรุงเมือง เฟื่องนคร และถนนสีลม การคมนาคมทางน้ำ โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองผดุงเกษม
คลองวังลำพอง
(ต่อมาเรียกหัวลำโพง) คลองมหาสวัสดิ์ คลองภาษีเจริญ และคลองดำเนินสะดวก นอกจากการสร้างถนนขุดคลอง
แล้วโปรดเกล้าฯ ให้บอกบุญพระราชวงศ์และข้าราชบริพารสร้างสะพาน เช่น สะพานหัน
สะพานดำรงสถิต สะพาน
พิทยเสถียร สะพานข้ามปลายคลองบางรัก สะพานข้ามคลองวัดยานนาวา ฯลฯ ส่วนเรื่องการสื่อสารได้พระราชทาน
พระบรมราชานุญาตให้เจ้าหน้าที่อังกฤษสร้างสายโทรเลขจากประเทศพม่าผ่านประเทศไทยลงไปยังสิงคโปร์ความยาว
950 ไมล์ ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มแรกของการวางสายการสื่อสารกับต่างประเทศ
ด้านการทหารพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นความสำคัญของแสนยานุภาพ
ทางการทหาร
ทรงปรับปรุงการทหารของประเทศให้มีประสิทธภาพและทันสมัยไม่ว่าจะเป็นการจัดกำลัง
การจัดหาอาวุธ การฝึกและ
การยุทธวิถี ทรงปรับปรุงกองทัพบกให้เป็นหน่วยทหารแบบตะวันตก ส่วนทหารราบโปรดเกล้าฯ
ให้จ้างนายทหารชาว
อังกฤษฝึกทหารให้จัดเป็นกองร้อย หมวด และหมู่ ซึ่งได้ถือปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน
โปรดเกล้าฯให้จัดตั้งกองทหาร
รักษาพระองค์เพื่อเป็นพระเกียรติยศสำหรับพระมหากษัตริย์ ในส่วนพระองค์ทรงสนพระทัยในเรื่องปืนใหญ่
ทรงให้
จัดซื้อปืนใหญ่มาไว้เช่น พระแสงปืนทรงสวัสดิ์ พระแสงปืนพระสุบินบันดาลปืนใหญ่เผาลิงปิด
ปืนเหล็กตรามงกุฎ ฯลฯ
ด้านการทหารเรือ โปรดเกล้าฯให้ต่อเรือกลไฟหลวง โดยเริ่มเปลี่ยนแปลงเรือรบจากกำปั่นรบใช้ใบมาเป็นกำปั่นรบ
กลไฟและเรือรบกลไฟชนิดใช้จักรข้างและจักรท้ายเช่น เรือสยามอรสุมพล เรือศรีอยุธยาเดช
เรือมหาพิไชย เรือราญ
รุกไพรี เรือสงครามครรชิต เรือศักดิ์สิทธาวุธ เรือยงยศอโยชฌยาและเรือสยามูประสดัมภ์เทพ
พระองค์โปรดเกล้าฯ
ให้ พระเจ้าลูกยาเธอเสด็จไปทอดพระเนตรกิจการต่างประเทศเพื่อศึกษากิจการของกองทัพเรือ
ท่าจอดเรือ อู่ต่อและ
ซ่อมเรือรบ เรือสินค้าและกิจการอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงกองทัพเรือให้ทันสมัย
นอกจากกิจการด้านการทหารแล้ว พระบาท
สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯให้จัดตั้งโปลิส ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย
ภายในพระนคร ปฏิบัติ
คล้ายหน้าที่ของตำรวจที่ปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน
พระปรีชาญาณที่ควรจะกล่าวถึงอีกเรื่องหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวคือ
ทรงเป็น
นักศึกษาค้นคว้าทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ทรงศึกษาค้นหาวินิจฉัยเปรียบเทียบตรวจสอบหลักฐานทั้งหมด
ที่มีอยู่ และเพื่อให้เป็นหลักฐานทรงพระราชนิพนธ์บทความวินิจฉัยประวัติศาสตร์ไว้และทรงมีรับสั่งให้จัดพิมพ์พระราช
พงศาวดารสยามเก็บไว้ให้ศึกษา ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือข้อสังเกตย่อ ๆ เกี่ยวกับพระราชพงศาวดารสยามเป็น
ภาษาอังกฤษข้อสังเกตต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์โบราณคดีหรือขนบธรรมเนียมประเพณีเหล้านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อ
นักศึกษาที่ต้องการศึกษาค้นคว้า ความรู้ทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยจึงเจริญแพร่หลาย
แม้ทุกวันนี้ใครที่จะศึกษา
ประวัติศาสตร์และโบราณคดีก็ยังได้อาศัยพระบรมราชาธิบายของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงพระ
ราชนิพนธ์ไว้แทบทุกคน
ในระหว่างเสด็จธุดงค์ทรงค้นพบหลักศิลาจารึกที่สุโขทัยเป็นหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงและทรง
ค้นพบพระแท่นมนังคศิลาที่พ่อขุนรามคำแหงทรงใช้เป็นที่ประทับและได้ทรงนำมาไว้ที่กรุงเทพมหานครในปัจจุบัน
ได้ใช้พระแท่นนี้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทุกครั้ง
ด้านการพิพิธภัณฑ์
พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่ทรงเริ่มจัดให้มีพิพิธภัณฑสถานขึ้นใน
ประเทศไทย จากการรวบรวมวัตถุโบราณที่ทรงพบเก็บสะสมไว้ครั้งแรกจัดแสดงไว้
ที่พระที่นั่งราชฤดีต่อมาโปรดเกล้า
ให้ย้ายไปจัดแสดงที่พระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ซึ่งได้รับการออกแบบอาคารตามลักษณะพระราชวังในยุโรป
พระที่นั่ง
ประพาสพิพิธภัณฑ์หรือรอยัลมิวเซียม คือพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจัดแสดง
เครื่องมงคลบรรณาการและโบราณวัตถุ จากที่จัดแสดงในประเทศไทยพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นำสิ่งของ
ไปร่วมจัดแสดงในงานพิพิธภัณฑ์นานาชาติ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และงานพิพิธภัณฑ์นานาชาติ
ณ กรุง
ปารีส ประเทศฝรั่งเศษ นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้ส่งศิลปวัตถุโบราณของชาติไปแสดงถึงทวีปยุโรป
ในด้านศิลปะ และสถาปัตยกรรมในรัชกาลนี้ได้หันความนิยมไปสู่แบบตะวันตก ศิลปะช่างยุโรปได้แพร่หลาย
ออกสู่วัดและวังเจ้านายจนกล่าวได้ว่ารัชสมัยของรัชกาลที่ 4 เป็นสมัยแรกของศิลปะตะวันตกในยุครัตนโกสินทร์เป็น
สถาปัตยกรรมแบบโกธิกใช้ซุ้มโค้งครึ่งวงกลมและใช้เสาแบบคลาสสิก โปรดให้นำมา
ประยุกต์ให้กลมกลืนกับของไทย
อาทิเช่น พระที่นั่งไชยชุมพล พระอภิเนาวนิเวศน์ พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกขปราสาท
ฯลฯ นอกจากโปรดเกล้าให้สร้างพระ
อารามขึ้นใหม่ยังทรงปฏิสังขรณ์พระอารามทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โปรดเกล้าให้สร้างและปฏิสังขรณ์พระพุทธ
เจดีย์ โปรดเกล้าฯให้ สร้างป้อมขึ้นรอบพระมหาราชวัง ป้อมรอบเขตพระนครชั้นนอกและป้อมรอบพระนครคีรี
โปรด
เกล้าให้สร้างวัง พระราชวังสำหับเป็นที่ประทับและเสด็จประพาสต่างจังหวัด
การยอมรับอิทธิพลตะวันตกมาปรับปรุงประเทศมีผลกระทบต่อประติมากรรม
ซึ่งต้องเปลี่ยนแปลงและ
ปรับปรุง เช่นการปั้นรูปภาพราชานุสรณ์แบบเหมือนจริง ช่างประติมากรรมตะวันตกปั้นเลียนแบบจากพระบรม
ฉายาลักษณ์ จึงปั้นพระบรมรูปทรงพ่วงพีมีกล้ามพระมังสาแบบชาติตะวันตกไม่เหมือนพระองค์
จึงโปรดเกล้าฯให้ช่าง
ไทยทดลองปั้นถวายเลียนแบบพระองค์จริง พระบรมรูปองค์นี้นับเป็นการเปิดศักราชของวงการประติมากรรมไทย
โดยการปั้นรูปราชานุสรณ์ แทนการสร้างพระพุทธรูปหรือเทวรูป มาสู่การปั้นราชานุสรณ์แบบเหมือนจริงเช่นปัจจุบัน
และถือได้ว่าเป็นการปั้นพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ไทยที่ยังทรงดำรงพระชนม์อยู่เป็นครั้งแรกในวงการประติมากรรม
ไทย
งานประติมากรรมด้านปั้นหล่อพระพุทธรูปในรัชกาลที่
4 นิยมปั้นหล่อพระประทานเป็นพระพุทธรูปขนาด
เล็ก พุทธลักษณะพระพุทธรูปเป็นแบบเฉพาะมีลักษณะโดยรวมใกล้เคียงความเป็นมนุษย์มากขึ้น
พระพุทธรูปที่งดงาม
ในรัชกาลนี้คือ พระพุทธรูปนิรันตราย พระพุทธสิหิงค์ นอกจากยังมีประติมากรรมที่สำคัญอีกคือ
องค์พระสยามเทวา
ธิราช เป็นเทวรูปประทับยืนขนาดเล็ก
จิตรกรรมไทยในสมัยรัชกาลนี้ได้นำวิธีเขียนภาพแบบตะวันตกมาผสมผสานโดยใช้
กฎ เกณฑ์ทัศนียวิทยา
มีระยะใกล้ - ไกลแสดงความลึกในแบบ 3 มิติ ตลอดจนการจัดองค์ประกอบให้ บรรยากาศและสีสันประสานสัมพันธ์กับ
รูปแบบตัวภาพเป็นจิตรกรรมไทยแนวใหม่แสดงสักษณะศิลปะแบบอุดมคติและศิลปะแบบเรียลลิสท์
จิตรกรเอกในสมัย
รัชกาลนี้คือ พระอาจารย์อินโข่งหรือขรัวอินโข่ง ผู้นำเอาจิตรกรรมแบบตะวันตกที่เกี่ยวกับการจัดองค์ประกอบ
ผู้คน
การแต่งกาย ตึก บ้านเมือง ทิวทัศน์ การใช้สี แสงเงาบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกในระยะและความลึก
มาใช้อย่างสอดคล้อง
กับเรื่องที่ใช้แสดงออกเกี่ยวกับคติและปริศนาธรรม งานจิตรกรรมลักษณะนี้ศึกษาได้ที่พระ
อุโบสถวัดบวรนิเวศน์วิหาร
หอราชกรมานุสรณ์ หอราชพงศานุสร นอกจากนี้ยังมีงานจิตกรรมอื่น ๆ เช่น ภาพช้าง
ตระกูล ต่าง ๆ ในหิมพานต์ที่หอไตร
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ภาพชีวิตชาวบ้านที่พระอุโบสถวัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา
ภาพสาวมอญ จิตรกรรมบน
บานหน้าต่างอุโบสถวัดบางน้ำผึ้งนอก พระประแดง
ด้านการละคร
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้หัดละครได้โดย
ทั่วไปการที่ประกาศพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใครก็มีละครผู้หญิงได้ การแสดงละครชายจริงหญิงแท้จึงเริ่มมี
ครั้งแรกในสมัยของพระองค์นี้ เมื่อการละครแพร่หลายเจ้าของละครได้รับประโยชน์มากขึ้นจากการรับงานละครไว้มาก
พระองค์ทรงตั้งภาษีโขน - ละคร เพื่อให้เจ้าของละครได้ช่วยเหลือแผ่นดินบ้างเรียกว่า
"ภาษีโรงละคร" พระองค์พระ
ราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำบทพระราชนิพนธ์ไปเล่นละครได้ การเล่นละครได้อย่างเสรีทำให้ละครแพร่หลายเจ้า
ของละครต่างแสวงหาเรื่องเล่นละครให้แปลกใหม่กว่าโรงละครอื่นเพื่อดึงดูดลูกค้า
จึงทำให้เกิดบทละครขึ้นใหม่เป็น
จำนวนมากวิวัฒนาการละครในรัชกาลนี้กล่าวได้ว่าเฟื่องฟูและนับได้ว่าเป็นยุคทองของศิลปินที่เป็นผลสืบเนื่องมากระ
ทั่งทุกวันนี้
ในต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
แนวทางของภาษาและหนังสือมีการเปลี่ยนแปลง
ภาษาไทยเริ่มได้รับอิทธิพลจากภาษาต่างประเทศเป็นจุดเริ่มต้นการปฏิรูปภาษาเข้าสู่ยุคใหม่ของประเทศไทย
คำภาษา
ต่างประเทศเริ่มเข้ามาปะปนกับภาษาไทย แม้ว่าพระองค์ทรงเห็นความสำคัญและทรงศึกษาภาษาต่างประเทศ
แต่พระองค์
ยังทรงฝักใฝ่พระราชหฤทัยในภาษาไทยและทรงกวดขันเรื่องการใช้ถ้อยคำที่จะใช้เป็นภาษาเขียนของภาษาไทย
ทรงใส่
พระทัยในเรื่องการใช้ภาษา ไทยของคนไทยได้พระราชทานพระราชกระแสทักท้วง แนะนำตักเตือนคนทุกระดับชั้นตั้งแต่
พระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนาง ข้าราชการ จนถึงราษฎร ในเรื่องการเขียน การอ่าน
การพูดและการใช้ภาษาไทย หากเป็นผู้
มีความรู้มากจะยิ่งทรงกวดขันเป็นพิเศษ เนื่องจากคนเหล่านี้จะเป็นตัวอย่างแก่คนอื่น
ๆ ต่อไป ผู้ใช้ภาษาไทยผิด ๆ ทรง
มีวิธีลงโทษเพื่อให้จดจำได้ เช่น ทรงแช่งไว้ว่าให้ศรีษะคนนั้นล้านเหมือนหลวงตาในวันโกนเป็นนิจนิรันดร์ไป
โปรดให้
อาลักษณ์ปรับคำละเฟื้อง แม้กระทั่งทรงทำโทษให้ กวาดชานหมากและล้างน้ำหมาก
ทั้งในทั้งนอกท้องพระโรงพระ
บรมมหาราชวัง พระองค์ทรงพยายามดัดแปลงตัวอักษรและวิธีการเขียนหนังสือไทยเพื่อให้เหมือนอักษรของชาวยุโรป
คือ สระและพยัญชนะ อยู่บรรทัดเดียวกันเรียงสระไว้หลังพยัญชนะ ตัวอักษรทรงดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขนี้เรียกว่า
"อักษรอริยกะ" พระองค์โปรดให้ทดลองใช้กับพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติแต่ไม่เป็นที่นิยม
พระอัจฉริยะทางภาพของ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นที่ยอมรับทั่วไปเพราะตราบทุกวันนี้
หนังสือหลักภาษาไทยยังบรรจุการสอน
เรื่องกับ แด่ แต่ ต่อ ซึ่งนำมาจากพระบรมราชาธิบายของพระองค์ท่าน
ด้านวรรณกรรมพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือไว้มาก มาย พระราช
นิพนธ์ส่วนใหญ่เป็นร้อยแก้วมากกว่าร้อยกรอง พระราชนิพนธ์ร้อยแก้ววรรณกรรมที่สำ
คัญคือ ชุมนุมพระบรมราชา
ธิบายในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรวบรวมวิชาการสาขาต่าง ๆ ไว้ 4
หมวด คือหมวดวรรณคดี หมวดโบ
ราณคดี หมวดธรรมคดีและหมวดตำรา พระราชนิพนธ์ร้อยกรองที่สำคัญคือ พระราชนิพนธ์มหาชาติ
ได้แก่ กัณฑ์จุลพน
กัณฑ์สักรบรรพ กัณฑ์ฉกษัตริย์ กัณฑ์วนปเวสน์ และกัณฑ์มหาพน บทละครเรื่องรามเกียรติ์
ตอนพระรามเดินดง
พระรามเข้าสวนพิราบ บทเบิกโรงเรื่องพระนารายณ์ปราบนนทุก บทรำเบิกต้นไม้ทองเงิน
บทร้อยกรองจอมตรีภพ
เป็นที่ยอมรับกันว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ดาราศาสตร์ ทรงมีความเชี่ยวชาญทางด้านดาราศาสตร์เทียบเท่ากับนักดาราศาสตร์สากล
พระองค์ทรงนำความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์แบบใหม่และเทคโนโลยีเข้ามาใช้ดัดแปลงให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ของประเทศ
แม้ไม่
ทรงได้เคยรู้มาก่อนก็ทรงตั้งพระทัยติดตามศึกษาหาความรู้ด้วยน้ำพระทัยของนักวิทยาศาสตร์
พระองค์ทรงได้รับการ
ยกย่องจากวงการวิทยาศาสตร์ของชาติมหาอำนาจโดยพระองค์ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ
ถวายพระเกียรติให้ทรงเป็น
สมาชิกกิติมศักดิ์ของสัตววิทยาสมาคมแห่งสหราชอาณาจักร เซอร์จอห์น เบาริง
ราชทูตแห่งสหราชอาณาจักร เล่าไว้ว่า
ห้องส่วนพระองค์เป็นห้องที่มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกับห้องนักปราชญ์ราชบัณฑิตชาติตะวันตก
และได้
ถวายกล้องโทรทรรศน์ที่เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องราชบรรณาการแล้ว เซอร์จอห์น
เบาริ่ง ได้บันทึกว่า "กล้องที่นำมา
ถวายมีคุณภาพต่ำกว่ากล้องโทรทรรศน์ที่ทรงมีอยู่แล้ว"
พระปรีชาสามารถทางวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นการวางพื้นฐานทาง
วิทยาศาสตร์ของประเทศไทย งานวิจัยหลักในสาขาดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์
การสถาปนาเวลามาตรฐานและ
การคำนวณการเกิดสุริยุปราคา ทรงพระปรีชาสามารถในการคำนวณสถานที่ที่จะดูและเวลาสุริยุปราคาหมดดวงได้อย่าง
ถูกต้องและไม่คลาดเคลื่อนเลย พระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในเรื่องวิทยาศาสตร์
เป็นที่
ยอมรับและปรากฎเด่นชัดแก่บรรดานักปราชญ์ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ในปี 2525
ประเทศไทยได้ประกาศยกย่องว่า
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มประชวรด้วยไข้มาเลเรีย
หลังจากเสด็จพระราชดำเนินกลับ
จากทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่หว้ากอ แพทย์หลวงพยายามถวายการรักษา แต่พระอาการทรุดลง
ทรงทราบด้วย
พระองค์เองว่า การประชวรครั้งนี้เป็นที่สุดแห่งพระชนมายุสังขาร ทรงพระราชนิพนธ์คำขมาและลาพระสงฆ์เป็นภาษา
บาลี ทรงกำหนดกาลอวสานแห่งพระชนมายุ เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2411ตรงกับเดือน
11 ขึ้น 15 ค่ำ
ปีมะโรง จุลศักราช 1230 ขณะพระชนมายุ 64 พรรษา สิริรวมเวลาเสวยราช 17 ปี
5 เดือน 29 วัน