นักเคมีมือสะอาด
ดร.ชินพงษ์ กฤตยากรนุพงศ์
ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
สำหรับงานวิจัยทางเคมีสามารถแบ่งออกได้เป็นสองแนวทางคือ การทำการทดลอง (Experiments) และเคมีเชิงคำนวณ (Computational chemistry) หลายครั้งที่การทดลองถูกจำกัดโดยเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์ หรือเงื่อนไขสำหรับทำการทดลองที่ต้องควบคุมเช่น อุณหภูมิ ความดัน และความเข้มข้น สารเคมีหลายชนิดยังเป็นอันตรายต่อผู้ทำการทดลอง และมีราคาสูง ค่าใช้จ่ายสำหรับการบำบัดสารเคมีที่เหลือจากการทำการทดลอง มักมีราคาสูง ตัวอย่างเช่น การออกแบบยาซักตัว ต้องใช้เวลานานหลายปี เริ่มตั้งแต่หาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อโรค จากนั้นทำการสกัดหาสารเคมีที่อยู่ในสมุมไพร โดยปกติมักพบสารเคมีหลายชนิดที่ได้จากการสกัด และทำการทดสอบว่าสารเคมีชนิดไหนมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อโรค จากนั้นทำการทดสอบสารเคมีที่มีฤทธิ์ยับยังเชื้อโรคกับสัตว์ที่ติดเชื้อโดยปกติจะเป็นหนูทดลอง หลังจากทราบว่าสารเคมีชนิดไหนมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อโรคได้ดีในหนูแล้ว ต้องนำมาทดสอบกับสัตว์อื่นๆต่อ ปกติจะเลือกชนิดที่มีความใกล้เคียงทางพันธุกรรมกับมนุษย์มากที่สุด หากมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น แม้จะเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อโรคได้ดี ก็ต้องถูกละทิ้งไป แล้วกลับไปเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่กระบวนการหาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อโรค จะเห็นได้ว่าจากกระบวนการผลิตยาแบบย่อที่ยกตัวอย่างไปข้างต้นนั้น นอกจากจะใช้เวลาและค่าใช้จ่ายเป็นอย่างมากแล้ว ยังต้องสูญเสียชีวิตสัตว์ทดลองเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเคมีเชิงคำนวณจึงถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในเครื่องมือการออกแบบจำลองโมเลกุลของยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงคำนวณสมบัติทางโครงสร้าง (Structural properties) ที่มีผลต่อการเข้าจับกันระหว่างตัวยากับเชื้อโรค เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการออกแบบยาต่อไป ยาหลายชนิดรวมถึงยารักษาโรคเอดส์ ที่ใช้ในปัจจุบันล้วนแล้วได้ผ่านกระบวนการเคมีเชิงคำนวณมาแล้วทั้งสิ้น
สำหรับนักเคมีคอมพิวเตอร์ซึ่งในบทความนี้ผมขอเรียกว่า นักเคมีมือสะอาด เนื่องจากนักเคมีเหล่านี้จับโมเลกุลของสารเคมีผ่านทางหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยการช่วยเหลือของโปรแกรมสำหรับสร้างแบบจำลองโมเลกุลทางเคมี (Molecular modeling programs) ต่างๆ ดังนั้นเครื่องมือสำหรับทำการทดลองที่จำเป็นที่สุดสำหรับนักเคมีมือสะอาดก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง ในอดีตเครื่องคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงในระดับ Super computer หรือ Main frame computer นั้นมีราคาค่าตัวหลักหลายล้านบาท เรียกว่า พวกเราๆท่านๆ คงไม่ซื้อหามาใช้ส่วนตัวกันเป็นแน่แท้ คงมีไว้สำหรับ Computational chemistry laboratory ชั้นนำของโลกที่ทำการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ที่มีความสลับซับซ้อน และต้องการความถูกต้องแม่นยำในระดับสูงเท่านั้น ดังนั้นหากใครสนใจทำวิจัยในสาขา Computational chemistry นั้น คุณต้อง go inter ไปทำวิจัยที่ต่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลจากการพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal computer, PC) อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ราคากลับส่วนทางกับประสิทธิภาพกันอย่างมีนัยสำคัญ จนหลายคนอาจจะจำความรู้สึกเมื่อครั้งเคยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีความเร็วต่ำกว่า 1 GHz ไม่ได้แล้ว ปัจจุบันหน่วยวิจัยทางเคมีคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยส่วนใหญ่ ล้วนแล้วแต่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลความเร็วระดับไม่ต่ำกว่า 3 GHz รวมทั้งโปรแกรมทางเคมีคำนวณหลายโปรแกรมยังสามารถทำงานแบบ Parallel computing ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านั้นมักถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกันแบบ Cluster computers เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคำนวณให้รวดเร็วขึ้น
แบบจำลองโมเลกุล (Molecular model) มีความสำคัญต่อการศึกษาและวิจัยทางเคมีอย่างมาก เนื่องจากจะทำให้นักเคมีทราบถึงสมบัติทางโครงสร้างของโมเลกุล เพื่อที่จะเข้าใจในสมบัติทางกายภาพเช่น จุดเดือด จุดหลอมเหลว และสมบัติทางเคมี (Chemical properties) เช่น ความว่องไว (Reactivity) ความจำเพาะ (Selectivity) ในการเกิดปฎิกิริยา ซึ่งสมบัติดังกล่าวนั้นจะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญสำหรับนักเคมีเพื่อที่จะเข้าใจถึงโครงสร้าง และกลไกการเกิดปฎิกิริยาทางเคมีของโมเลกุลต่างๆ มากยิ่งขึ้น และยังช่วยให้นักเคมีสามารถออกแบบโมเลกุลใหม่ๆ ที่มีสมบัติทางโครงสร้างและสมบัติทางเคมีที่ต้องการได้
แบบจำลองโมเลกุลที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 วิธี ได้แก่
1. Molecular mechanics (MM) หรือ Empirical force field
2. Quantum mechanics (QM)
วิธี Molecular mechanics หรือ Empirical force field สร้างจากสมการแบบ Empirical โดยพารามิเตอร์ต่างๆในสมการได้จากการฟิตสมการกับข้อมูล ที่ได้จากการทดลองหรือการคำนวณทางวีธี QM จำนวนมากๆ เช่น Bond distance, Bond angle, Torsional angle เป็นต้น โดยค่าพารามิเตอร์แต่ละชุดสำหรับเซตของอะตอมเหล่านั้นถูกเรียกว่า Force field parameters วิธีนี้เหมาะสำหรับใช้คำนวณโครงสร้างของโมเลกุลที่มีขนาดใหญ่ เช่น โปรตีน DNA ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการคำนวณสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงคำนวณสมบัติทางอุณหพลศาสตร์ (Thermodynamics properties) ที่ไม่ต้องการความแม่นยำสูง วิธี MM สามารถอธิบายอิทธิพลของแรงกระทำระหว่างอะตอมได้ดี แต่ไม่สามารถอธิบายอิทธิพลของอิเล็กตรอน (Electron effects) รวมทั้งสมบัติทางสเปกโทรสโกปีได้ สำหรับวิธี QM จะได้จากการหาผลเฉลยของสมการ Schr?dinger ที่มีความแม่นยำสูง ผลการคำนวณที่ได้จะมีความแม่นยำเทียบเท่าหรือในหลายกรณีมีความน่าเชื่อถือมากกว่าผลการทดลอง แต่ข้อจำกัดของวิธี QM คือเวลาที่ใช้สำหรับการคำนวณ บางครั้งหากต้องการความแม่นยำในระดับสูงมาก อาจจะต้องใช้เวลาในการคำนวณนานเป็นเดือน หรือเป็นปี ทั้งนี้ขึ้นกับระดับความแม่นยำของระเบียบวิธีทาง QM ที่ใช้ ระเบียบวิธีทั้งสองถูกนำไปใช้แก้ปัญหาทางเคมีของระบบต่างๆมากมาย ยกตัวอย่างเช่น การหาโครงสร้างของสารละลายโลหะต่างๆ ทั้งในน้ำและตัวทำละลายอื่นๆ โดยวิธี Molecular dynamics (MD) simulation ทำให้เข้าใจสมบัติทางโครงสร้างและสมบัติทางพลศาสตร์ของโลหะ เมื่ออยู่ในสารละลายที่เจือจางมากๆได้เป็นอย่างดี โดยการทดลองอาจทำได้ยากหรือทำไม่ได้
 |
รูปที่ 1. แสดง snapshot โดยโปรแกรม Molvision ที่ได้จากวิธี QM/MM Molecular dynamics simulation ของ Ti3+ ในน้ำ (www.molvision.com) |
วิธี MM บนพื้นฐานของ Force field parameters ถูกนำมาใช้สำหรับการออกแบบยารักษาโรคเอดส์โดยการสร้างแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ (Computer simulation) ระหว่าง HIV-1 integrase กับตัวยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งชนิด 5CITEP ผลการคำนวณทำให้นักชีวเคมีและนักเคมีเข้าใจถึงการจัดเรียงตัวใน 3 มิติ และแรงกระทำระหว่างHIV-1 integrase กับตัวยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งชนิด 5CITEP ได้เป็นอย่างดี และนำไปใช้ในการพัฒนายารักษาโรคเอดส์ต่อไป

รูปที่ 2. แสดงการเข้าจับของตัวยาชนิด 5CITEP ที่ตำแหน่ง active site ของ HIV-1 integrase จากการสร้างแบบจำลองแบบ Molecular dynamics simulation (ภาพโดย ดร.อัจฉรา วิจิตรโกสุม Computational Chemistry Unit Cell (CCUC) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) |
จากเหตุการณ์วิกฤตราคาน้ำมันโลกในปัจจุบัน งานทางเคมีคอมพิวเตอร์ยังถูกใช้ออกแบบสารประกอบ ของโลหะกับสารประกอบไฮโดรคาร์บอน หรือเรียกว่า Metal organic framework (MOF) สำหรับสร้างเซลล์เชื้อเพลิงประเภท Hydrogen storage เพื่อเป็นเซลล์เชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันในปัจจุบัน การสร้างแบบจำลองบนคอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ MOF ชนิดใหม่ๆ ที่มีความสามารถในการกักเก็บไฮโดรเจนได้ดีขึ้น โดยลดขั้นตอน และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการทดลองลงได้อย่างมาก

รูปที่ 3. แสดงโครงสร้างสามมิติของ MOF-5 ที่ใช้สำหรับ Hydrogen storage |
เอกสารอ้างอิง
1. http://www.molvision.com
2. Kritayakornupong C., Plankensteiner K., Rode B.M., ChemPhysChem, 5 (2004) 1499.
3. Eddaoudi M., Kim J., Rosi N., Vodak D., Wachter J., OKeeffe M., Yaghi O.M., Science 295 (2002) 469.
|